ประวัติความเป็นมา

ความหมายชื่อหมู่บ้าน  
               เริ่มแรกมาจากภาษากู๋ย คือ“บ่อแยง”หมายถึง “บ่อทอง”อีกนัยหนึ่ง หมายถึงพืชที่อยู่ในหนองน้ำดังกล่าว ภาษากู๋ย เรียกว่า “ต้นเปรอ” แต่ภาษาลาวเรียกว่า “ต้นแวง”
ประวัติบ้านหนองแวง
               บ้านหนองแวง บนผืนแผ่นดินอันราบเรียบ เต็มไปด้วยวัดวาอาราม โรงเรียนบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านหนองแวง บ้านน้อยพัฒนาและทุ่งนาในปัจจุบัน เดิมเป็นป่าดงดิบมีไม้ประดู่ แดง เต็งรัง กุง ตราดและไม้นานาชนิดปกคลุมหนองน้ำ
(หนองแวง) มีสิงห์สาราสัตว์ นก หนู เสือ ช้าง หมูป่า หมาจิ้กจอก กระแต แย้ งู กระต่าย เป็นต้น และมีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่ของคนโบราณประมาณ พ.ศ.เท่าไร ไม่ปรากฏหลักฐาน
               เมื่อ พ.ศ.2433-2439 เกิดฝนแล้งติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี ไม่ได้ทำไร่ทำนา ผู้คนอดอยากเป็นโรคระบาด
อดอาหาร ข้าวราคาแพงตกเกวียนละ 8 ตำลึง  (32 บาท) ต้องหากลอย หามันและผลหมากราก ไม้กินเป็นอาหาร บางคนเป็นโรคอดอาหารนอนตายอยู่กลางป่า สมัยนั้นปู่ย่าตาทวดเรียกว่า สมัยข้าวบาทโอ(ข้าว 1 โอ หรือขันราคา 1 บาท) ซึ่งนับว่าแพงมากเพราะเงิน 1 บาท ในสมัยนั้น สามารถซื้อวัวควายได้ 1 ตัวหรือซื้อนาได้ 1 แปลง ด้วยความอดอยากดังกล่าวทำให้ คุณพ่อจันที คุณแม่ดวงจันทร์ กับพวกอพยพครอบครัวเพื่อบุกเบิกที่ทำมาหากินจากบ้านหนองแป้น กู๋ย เรียกว่า
“ระพังล๊าด” เป็นบ้านเก่าอยู่บริเวณทิศตะวันออกบ้านพราน ตำบลแจนแวนในปัจจุบันมาอยู่บ้านลกไก่ (บ้านคอกไก่) เป็นเวลา 18 ปี ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้านลูกไก่ อยู่กลางทุ่งนาอยู่ทางทิศตะวันออกบ้านแดง ประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ฤดูฝน
น้ำหลากเกิดน้ำท่วมซ้ำซากและประสบปัญหาความอดอยาก เลยปรึกษาหารือกันจะไปหาทำเลที่อยู่ใหม่
               เมื่อปี พ.ศ.2456 คุณพ่อจันที แม่ดวงจันทร์ พร้อมด้วยพี่ๆ น้องๆ อพยพครอบครัวจากบ้านลูกไก่ มาปลูกกระท่อมอยู่บริเวณตะวันตกหนองแวงในปัจจุบัน ในขณะนั้นพ่อใหญ่จันทร์ ที่อยู่บ้านแจนแวนก็อพยพครอบครัวมาอยู่ด้วย และปี พ.ศ.2456 ตรงกับปีที่ทางราชการได้ประกาศให้ใช้นามสุกล ทุกคนที่อพยพรวมกันมาในขณะนั้น จึงใช้นามสกุล “ยาจิตร” และนายจันทร์ ยาจิตร ได้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านท่านแรก  ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหนองน้ำประจำหมู่บ้าน มีการพบเศษแร่ต่างๆ เข้าใจว่าเป็นสภาพที่ทำ มีด จอบ เสียม รวมทั้งเหรียญ แหวน สร้อย ต่างหู ฯลฯ ชาวกู๋ยเรียกว่า สถานที่ตำประ ตำแยง (ตีเงิน ตีทอง) และเรียกหนองว่า “บ่อประ บ่อแยง”(บ่อเงิน บ่อทอง) จึงเรียก “เทราะระพังแยง”(บ้านหนองแยง) ประกอบกับในหนองน้ำมีพืชที่ชาวกู๋ยเรียกว่าต้น “เปรอ” แต่ชาวลาวเรียกว่าต้น “แวง” ซึ่งมีลักษณะคล้ายต้น “เกาะ” (กู๋ย) “ผือ (ลาว)” หรือ “กก” (ภาษากลาง) จาก “หนองแยง” เลยกลายมาเป็น “หนองแวง” เดิมเป็นหมู่บ้านที่ 2 ของตำบลแจนแวน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์


ครอบครัวที่มาครั้งแรกโดยลำดับดังนี้
1. ครอบครัว พ่อจันที  ยาจิตร
2. ครอบครัว พ่อใหญ่จันทร์ ยาจิตร
3. ครอบครัว พ่อแก้ว แม่อ่อนตา ยาจิตร ซึ่งเป็นบิดา-มารดา ของนายบัวลา นายเหลา นายเหมา นายเกา ยาจิตร
4. ครอบครัว พ่อนัน-แม่แตะ ยาจิตร เป็นบิดา-มารดา พ่อใหญ่เขียน ยาจิตร
5. ครอบครัว พ่อมา ยาจิตรและภรรยา เป็นบิดามารดาของ นางอ้วน ยาจิตร
6. ครอบครัว พ่อมา-แม่ทอด ทองอ้ม มาจากบ้านตะโนน ต.แจนแวน อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์
7. ครอบครัว พ่อจันดี แก้วคำ พ่อจันดี ย้ายมาจากบ้านหอย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ (ใช้ภาษาอีสาน)
8. ครอบครัว พ่อของผู้ใหญ่พิมพ์ ศรีเสมอ ย้ายมาจากบ้านหอย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ (ใช้ภาษาอีสาน)
9. ครอบครัวครูใหญ่พิมพ์  บุญประจำ และครอบครัว ย้ายมาจาก อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ และเป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียน       บ้านหนองแวง (ใช้ภาษาอีสาน)
10. ครอบครัวครูใหญ่ผึ้ง  สมัญญาและครอบครัว  ย้ายมาจาก บ้านหนองดุม ต.ศรีสุข อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ และเป็นครู             ใหญ่คนที่ 2 ของโรงเรียนบ้านหนองแวง
11. ครอบครัว พ่อมี วันทา ย้ายมาจากบ้านพับ อ.อุทุมพร จ.ศรีสะเกษ (ใช้ภาษาอีสาน)
12. ครอบครัว พ่อสิ่ว-แม่ดำ สมใจ ย้ายมาจากบ้านกะเหลือง อ.อุทุมพร จ.ศรีสะเกษ (ใช้ภาษาอีสาน)
13. ครอบครัว แม่ทัน พลโยธิน ย้ายมาจากบ้านหอย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ (ใช้ภาษาอีสาน)
14. ครอบครัว พ่อแก้ว เขตนิมิตร ย้ายมาจาก บ้านหนองแข่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ (ใช้ภาษาอีสาน)
15. ครอบครัว พ่อแท่น พ่อก้อน หุ้นทอง ย้ายมาจากบ้านอนัน อ.ศรีขรภูมิ (ใช้ภาษาเขมร)
 
หลังจากนั้นก็ทยอยอพยพติดตามกันมาเรื่อยๆ
 
               เมื่อปี พ.ศ.2534 ได้แยกออกจากตำบลแจนแวน มาจัดตั้งเป็นตำบลหนองแวง มีหมู่บ้าน ในปกครอง 8 หมู่ คือ
หมู่ 1 บ้านหนองแวง
หมู่ 2 บ้านสำโรง
หมู่ 3 บ้านจารย์
หมู่ 4 บ้านหนองคู
หมู่ 5 บ้านคูขาด
หมู่ 6 บ้านโนนตลาดพัฒนา
หมู่ 7 บ้านหนองตราด
หมู่ 8 บ้านธาตุทอง
(ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษหน้า 90 เล่ม 108 ตอนที่ 115 1 กรกฎาคม 2534 ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2534) และต่อมาได้แยกหมู่บ้านเพิ่มเติมอีก จำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ 9 บ้านกุง  (แยกออกจากบ้านจารย์)
หมู่ 10 บ้านโนนคำ (แยกออกจากบ้านหนองคู)
หมู่ 11 บ้านน้อยพัฒนา (แยกออกจากบ้านหนองแวง)


ภาษาพื้นเมือง
มี 3 ภาษา ได้แก่ กู๋ย (ส่วย) , เขมร และลาว
ทำเนียบผู้ใหญ่บ้านหนองแวง
1. นายจันทร์  ยาจิตร  พ.ศ.2456-2482
2. นายเขียน ยาจิตร   พ.ศ.2482-2502
3. นายเหม็ง  สมใจ    พ.ศ.2502-2512
4. นายสุวรรณ  บุญประจำ  พ.ศ.2512-2518
5. นายเหม็ง  สมใจ    พ.ศ.2518-2530
6. นายพิมพ์  ศรีเสมอ  พ.ศ.2530-2534
7. นายสนอง  ทองอ้ม  พ.ศ.2534-2555 (กำนัน)
8. นายชัยณรงค์  ยาจิตร  พ.ศ.2555-ปัจจุบัน
 
 
ทำเนียบกำนันตำบลหนองแวง
1. นายสนอง  ทองอ้ม  พ.ศ.2534-2555 (กำนัน)
2. นายสุบรรณ  อินทร์ตา  พ.ศ.2555-ปัจจุบัน


ข้อมูลที่ควรรู้
            ครั้งแรก
            พ.ศ.2502  วิทยุ,จักรยานเข้ามา
            พ.ศ.2505-2506 ปุ๋ยเคมีเริ่มเข้าหนองแวง  เข้าทางบ้านกู่ บ้านตูม  จากตลาด อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์,อ.สำโรงทาบ และอ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ
            พ.ศ.2512  รถยนต์เริ่มเข้ามา
            พ.ศ.2516  รถจักรยานยนต์เริ่มเข้ามา 
            พ.ศ.2524   โทรทัศน์ขาวดำเริ่มเข้าสู่หนองแวง
            พ.ศ.2528   ไฟฟ้าเข้ามา
            พ.ศ.2529   รถไถเดินตามเข้ามา
            พ.ศ.2531   รถนวดข้าวเข้ามา

              เทคโนโลยีเข้ามาสังคมเริ่มเปลี่ยนไป  เคยอาศัยกันลงแขกไถนาด้วยควาย เคยลงแขกเกี่ยวข้าว หาบข้าว ทุบข้าวด้วยมือ  เคยลงแขกเลื่อยไม้สร้างบ้าน  ปั้นคันนา  เคยนั่งคุยกันตามลานบ้าน  เคยออกไปวัด  แต่ปัจจุบันกลับไปนั่งหน้าจอโทรทัศน์ ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมเมือง มากขึ้น


หนังสืออ้างอิง
อนุสรณ์ งานทอดกฐินสามัคคี 13-14 พฤศจิกายน 2555

ผู้ให้ข้อมูล
คุณพ่อผึ้ง สมัญญา ข้าราชการบำนาญ (ครู)  อายุ  83  ปี

ชีวประวัติโดยย่อ
นายผึ้ง  นามสกุล  สมัญญา
เกิดเมื่อวันที่  10  เดือน  มีนาคม  พ.ศ. 2475
วุฒิการศึกษาสูงสุด นักธรรมชั้นเอกครูพิเศษมูล จาก  วัดศรีวิหาญเจริญ  อำเภอศีขรภูมิ  จังหวัดสุรินทร์ 
ความรู้ความสามารถพิเศษ (ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น) เกษตรอินทรีย์ , จักสานวัสดุจากไม้ไผ่


ประวัติการทำงาน
ครูใหญ่โรงเรียนบ้านหนองแวง ต.หนองแวง อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ (พ.ศ.2503-2526)
ครูใหญ่โรงเรียนบ้านกุง ต.หนองแวง อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ (พ.ศ.2526-2536)
ตำแหน่งทางสังคม   ประธานศูนย์เสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอาชีพ และเศรษฐกิจชุมชน, ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองแวง, ประธานกรรมการธนาคารหมู่บ้านหนองแวง ฯลฯ
ที่อยู่ บ้านเลขที่ 81  หมู่ที่ 1 ตำบลหนองแวง  อำเภอศรีณรงค์  จังหวัดสุรินทร์ รหัสไปรษณีย์ 32150
คู่สมรสชื่อ  นางจรัญ  นามสกุล  สมัญญา   มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ
1) นางวัฒนา       ศรีหา             อาชีพ             ทำนา
2) นางโสภา        ขาวงาม         อาชีพ             รับราชการ (เสียชีวิต เมื่อ 14 เม.ย. 57)
3) นางลัดดา        กรงทอง        อาชีพ             ค้าขาย
4) นางลาวัณย์     เนื้อแก้ว        อาชีพ             รับราชการ
 

บทความพิเศษ
               พ่อผึ้ง ได้คลุกคลีอยู่กับพ่อจันทร์  ยาจิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503-2508  ท่านเล่าให้ฟังว่าที่โคกหนองตะลุง (บ้านโนนตลาด) ท่านถูกเสือไล่ ท่านเสกคาถาพร้อมชี้นิ้วไปทางเสือๆ ชะงักอยู่กับที่ไม่สามารถเข้ามาได้ ท่านบอกไว้ดังนี้ “คัจฉะถะ
อโมมหิ” ว่า 3 ครั้งใช้ได้กับทั้งคนทั้งวัว ควาย ช้าง ม้า สารพัดสัตว์ (คาถาจาด)
               ชาวบ้านหนองแวงมีความผูกพันอยู่กับหนองน้ำแห่งนี้ หนองแวงเป็นหัวใจและชีวิตของคน บ้านหนองแวงแห่งนี้ขึ้นชื่อลือชาถึงระดับอำเภอเรื่องกันดารน้ำ ทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้ ต้องเดินทางไปตักน้ำไกล 4-5 กิโลเมตร กว่าจะได้น้ำต้องรอคิวถึง 4-5 ชั่วโมง จึงจะได้หาบน้ำมา วัวควายต้องไล่ไปเลี้ยงใกล้แหล่งน้ำ เช่น หนองสะแกสน(อ.ขุขันธ์) หนองคูขาด คนอายุตั้งแต่ 56 ปีขึ้นไปคงจะรู้ดี แต่มีบุคคลผู้หนึ่งจุดประกายความคิดขึ้น (ไม่ทราบนาม) หาวิธีทำน้ำขุ่นให้ใสและดื่มได้จากดินที่สระหนองแวงมีคุณสมบัติพิเศษคือค่อนข้างจะเป็นดินส้ม วิธีทำ ขุดบ่อเล็กๆ ขนาดผ่าศูนย์กลาง 60-80 ซ.ม. ลึกประมาณ 70-120 ซ.ม. แล้วตักน้ำขุ่นๆที่มีเป็ด ไก่ และวัวควายลงเล่น มาเทใส่ในบ่อที่ขุดไว้ ถ้าบ่อใหญ่และลึกมากก็ใส่น้ำได้มาก  เมื่อใส่น้ำแล้วขุดเอาดินเหนียวบริเวณหนองแวงมาขยี้ใส่น้ำในบ่อหรือเอาลงเป็นก้อนก็ได้ และเอาไม้หรือก้านมะพร้าวมาตำ มากวน หรือคน “ซ่อมน้ำ” กู๋ย บ้านเกาะ คูขาด เรียกว่า “จุ๊ด๊า” กู๋ยบ้านกู่ บ้านดู่ สนาย เรียกว่า “จุ๊เดี๊ยะ”  เสร็จแล้วก็เอาก้านกล้วย ก้านมะพร้าวหรือภาชนะอื่นๆ มาปิดไว้ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก็เกิดเป็นน้ำใส เวลาตักต้องค่ายๆตัก  ซึ่งพ่อผึ้ง อยู่ในเหตุการณ์นี้เหมือนกัน
 

ประวัติหมู่บ้านอื่นๆ
บ้านจารย์
               เดิมตำบลหนองแวงเป็นบ้านร้างบ้านเก่าแก่อยู่หลายแห่ง เช่น หนองบ่อประบ้านจารย์ มีสระโบราณ (สระต่อกันปัจจุบัน) ทางตะวันตกหนองบ่อประ ประมาณ 30 เมตร มีเศษอิฐแตกกระจายอยู่ให้เห็น ทางทิศใต้หนองประมาณ 15 เมตร มีเศษเหล็กเศษตะกั่วและอื่นๆ อีกมากมาย
 

บ้านหนองคู
               หนองกระดึ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านหนองคู มีสระน้ำปรากฏอยู่ให้เห็นและทิศใต้บ้านหนองคูมีคูล้อมรอบ
 

บ้านคูขาด
               หนองคูขาด เป็นหนองที่กว้างและยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เขมรเรียกว่าเวียลเวง แปลว่า ทุ่งยาว เมื่อประมาณ พ.ศ.2437 สมเด็จพระมหาวีรวงค์ติสสเถร (อ้วน) พาพระภิกษุหลายรูปเดินทางออกจากจังหวัดอุบลราชธานี จะไปศึกษา
ที่กรุงเทพฯ ได้รวบรวมคัมภีร์ใบลานมีมูลเดิม “มูลกัจจายน์” และสิ่งของต่างๆ ผ่านมาทางเมืองขุขันธ์ เมืองกันทรารมณ์ บ้านลมพก (พ.ศ.2415 ยกบ้านลมพกเป็นเมืองกันทรารมณ์) มาถึงหนองคูขาด พอดีพระภิกษุทา อาพาธหนัก พักรักษาตัวอยู่ทางทิศตะวันออกของหนองคูขาด ประมาณ 100 เมตร ในที่สุดก็มรณภาพ ก็ได้ทำการฌาปนกิจศพ พระภิกษุทา จนเสร็จเรียบร้อย จะเดินทางต่อก็ไม่สามารถนำสิ่งของไปได้หมด จึงฝังฆ้องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร ไว้ที่ตรงนั้น
 
 
 
บ้านธาตุทอง
               บ้านธาตุทอง มีธาตุหรือปราสาทให้เห็น อยู่บริเวณวัดบ้านธาตุทองในปัจจุบัน ก่อนบ้านธาตุทองจะมาตั้งก็เป็นป่าดงดิบมีไม้นานาชนิด
 

บ้านตราด
               บ้านตราด ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านตราด เป็นที่ตั้งหมู่บ้านและศาสนสถานของคนในอดีต เมื่อ พ.ศ.2545 ได้ขุดพบประพุทธรูปบรรจุอยู่ในกรุหลายสิบองค์ และเมื่อเดือน มิถุนายน พ.ศ.2547 บริเวณตะวันออกทางเข้าบ้านตราดก็พบ หม้อไหบรรจุสิ่งของต่างๆ ไว้ เข้าใจว่าเป็นกระดูก คงเป็นป่าช้าในอดีต
 

บ้านโนนคูณเกษตรถาวร (บ้านป่าไร่)
               ทางทิศเหนือบ้านโนนคูณฯ มีสระน้ำคนโบราณขุดไว้ ชาวบ้านเรียกว่า หนองคอกควาย ทางทิศเหนือของหนองเป็นโนนขุดพบเศษเหล็กเศษตะกั่วและแร่ต่างๆ ทางทิศตะวันตกหนองก็มีร่องรอยวัตถุต่างๆปรากฏให้เห็น ทางทิศตะวันออกหนองเป็นร่องน้ำยาวออกไปชาวบ้านเรียกว่า “คูทด”
 

บ้านโนนตลาด (หนองตะหลุ่ง)
               มีสระโบราณ (ตรงสระปัจจุบัน) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็เคยขุดพบของเก่า เล่ากันว่าบริเวณนี้เป็นที่ตั้งหมู่บ้านและศาสนสถานในอดีต พ.ศ.2517 พ่อจารย์ใบ  บาศรี ได้ออกไปปลูกกระท่อมอยู่ทางทิศใต้ของสระน้ำโนนตลาด และปลูกพริก ผัก และอื่นๆ มากมาย จากนั้นชาวบ้านหนองแวงได้ออกไปจับจองป่าทำเลโนนตลาดและทยอยออกไปอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พ.ศ.2528 บ้านโนนตลาด (เดิม ตำบลแจนแวน) ขอแยกหมู่บ้านออกจากบ้านหนองแวง มีนายคูณ  ยาจิตร เป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2528
 

บ้านสำโรง
               พ.ศ. 2510 แยกหมู่บ้านออกจากบ้านหนองแวง  เป็นบ้านสำโรง หมู่ 11 ตำบลแจนแวน(เดิม) มีนายบุญมา  แหวนวงศ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2510
 

บ้านธาตุทอง
               พ.ศ.2534 กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณแยกหมู่บ้าน 8 หมู่บ้าน เดิมเป็นตำบลแจนแวน  เป็นตำบลหนองแวง ประกอบไปด้วย บ้านหนองแวง ,บ้านสำโรง, บ้านจารย์, บ้านหนองคู, บ้านคูขาด, บ้านตราด, บ้านธาตุทอง, และบ้านโนนตลาด
 
               พ.ศ. 2535  ต.หนองแวง แยกหมู่บ้านเพิ่มอีก 2 หมู่บ้าน คือบ้านกุงแยกออกจากบ้านจารย์ โดยมีนายเริญ แชมทอง เป็นผู้ใหญ่บ้าน  และแยกบ้านโนนคำออกจากบ้านหนองคู โดยมีนายอุดม  สิงค์ทอง เป็นผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. 2544  แยกบ้านน้อยพัฒนา ออกจากบ้านหนองแวง โดยมีนายสบู่  ทองอ้ม เป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2544
 heart 
heart heart heart heart  heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart heart  heart heart heart heart heart heart heart  heart heart